ReviewReviewReviewReviewPan's LabyrinthMay 4, '08 10:48 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Drama
ไม่เคยดูหนังเมกซิกัน แต่เรื่องนี้สะเทือนใจไม่น้อย เอารีวิวคนอื่นมาให้ดูอีก


http://www.cinemagonline.com/ticket_detail_new.php?id=319


Pan's Labyrinth/ตีตั๋ว

โดย ตีตั๋ว : 10 เมษายน พ.ศ. 2550 บทความนี้มีคนอ่าน 4,016 ครั้ง


ใครคิดว่าหนัง Pan’s Labyrinth มีอะไรคล้ายกับหนังเก่าปี 1986 เรื่อง Labyrinth บอกเลยว่าผิดถนัด!

เรื่องหลังนั่น หนังเด็กแท้ๆ สารพัดหุ่นฝีมือ Jim Henson และพลพรรค ออกทางน่ารักน่าชัง แต่เรื่องแรก ผลงานของผู้กำกับเม็กซิกัน Guillermo del Toro แม้จะขึ้นต้นด้วยท่วงทำนองเทพนิยาย แต่หลังจากนั้น มีแต่โหดสะใจ

สมแล้วที่ในเม็กซิโกบ้านเกิด ต้องติดป้ายเตือนพ่อแม่ไม่ควรพาเด็กเล็กเข้าไปดู หลังจากหนังฉายได้แค่สัปดาห์เดียว ขณะที่มาเลเซียแบนหนังติดดิน ซึ่งก็ไม่แปลก

แต่ในความโหดของหนัง เต็มไปด้วยความงดงามทางองค์ประกอบศิลป์ สามรางวัลตุ๊กตาทอง : ถ่ายภาพยอดเยี่ยม กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และแต่งหน้ายอดเยี่ยม ที่หนังได้ คือใบรับประกันคุณภาพ

และที่สำคัญ เนื้อหาของหนังยังสอนใจคนดู โดยเฉพาะผู้ใหญ่...สารพัดความเลวร้ายที่เกิดกับเด็ก ไม่ว่ายุคสมัยไหน มาจากมือผู้ใหญ่ทั้งสิ้น



เรื่องราวใน Pan’s Labyrinth ย้อนกลับไปในประเทศสเปนยุคเผด็จการ Franco เกิดสงครามกลางเมือง หลังนายพล Franco พยามยามยึดอำนาจจากรัฐบาลสังคมนิยมที่ชนะการเลือกตั้ง

สิ่งที่มาพร้อมกับสงคราม คือความรุนแรงโหดร้าย การล่าล้างสังหารกันและกันของมนุษย์

Pan’s Labyrinth เปิดเรื่องแบบเทพนิยาย กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในโลกใต้พิภพแสนบรมสุข เจ้าหญิงน้อยหนีขึ้นมาดูโลกข้างบน ทันทีที่พบกับแสงสว่าง ตาของเธอบอด ความทรงจำเลือนหาย มีชีวิตอย่างมนุษย์ ทนทุกข์ทรมาน และเสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ตาม องค์กษัตริย์ปักใจเชื่อว่า เจ้าหญิงยังไม่ไปไหน และสุดท้าย...เธอจะกลับมา !
หนังตัดไปยังปี 1944 สาวน้อย Ofelia กับมารดาที่ตั้งท้อง กำลังเดินทางไปหาพ่อเลี้ยง ร.อ. Vidal ผู้บังคับบัญชากองกำลังทหาร ที่ทำหน้าที่ปราบกบฏกลางป่า ระหว่างพักกลางทาง Ofelia สะดุดตาก้อนหินประหลาด ซึ่งแท้จริงคือดวงตาของรูปปั้นที่อยู่แถวนั้น ทันทีที่เธอคือนดวงตาให้กับรูปปั้น แมลงประหลาดโผล่จากปากรูปปั้น และบินตามเธอนับแต่นั้นเป็นต้นมา

พ่อของ Ofelia เสียชีวิต แม่แต่งงานกับ Vidal เพราะจำเป็นต้องหาหลักพักพิง ขณะที่ Vidal เป็นนายทหารใจคอโหดเหี้ยม เขาแต่งงานกับแม่ของสาวน้อยเพียงเพราะต้องการทายาทสืบสกุล



Vidal คือคนที่มีปมขัดแย้งในใจ ใช้ชีวิตภายใต้เงาของผู้เป็นบิดา นายทหารกล้าที่ทุบนาฬิกาพกจนแตกเสียหาย เพียงเพื่อให้ลูกจดจำเวลาที่พ่อเสียชีวิตกลางสนามรบ Vidal ปฏิเสธทุกครั้งที่มีใครพูดถึงนาฬิกาพกเรือนนั้น ทั้งที่มันอยู่กับตัวเอง แต่ก็อยากตายเยี่ยงพ่อ หยิบนาฬิกาขึ้นดูทุกครั้งก่อนนำหน้าบุกตลุยห่ากระสุนข้าศึก ความสับสนระหว่าง “เหี้ยมหาญ” กับ “เหี้ยมโหด” ทำให้ Vidal ฆ่าคนโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้าน ขณะที่ลึกลงไปในจิตใจ เขาชิงชังตัวเอง อยากฆ่าตัวเอง แต่ไม่กล้า ได้แค่เชือดคอตนเองจากภาพสะท้อนในกระจกเงา

หนังเดินเรื่องควบคู่ 2 เหตุการณ์ ด้านหนึ่งเป็นการรบระหว่างทหารกับฝ่ายกบฏ ถ่ายทอดภาพความรุนแรง และผลจากสงครามที่มีต่อประชาชนพลเรือน อีกด้านเป็นผลต่อเนื่อง Ofelia ใช้เทพนิยายที่เธอเชื่อปักใจช่วยหลบหนีความจริงอันโหดร้าย

ในด้านเทพนิยาย Ofelia คือเจ้าหญิงที่ชาวโลกใต้พิภพรอคอย แมลงประหลาดนำเธอไปพบกับผีป่าผู้พิทักษ์ธรรมชาติ (ชื่อหนังภาษาสเปนใช้ Faun แต่ชื่ออังกฤษใช้ Pan) ครึ่งคนครึ่งแพะ ที่ยื่น 3 ภารกิจให้กระทำให้สำเร็จ หากเธอต้องการคืนสู่โลกแห่งความสันติสุขที่จากมา

ไม่แปลกหรอกที่ Vidal จะเห็น Ofelia พูดคุยกับอากาศธาตุ เพราะถ้าเป็นสมัยนี้ แทนที่จะคุยกับจินตนาการ เด็กหันไปคุยกับคอมพิวเตอร์แทน



Ofelia จะยืนคุยกับผีป่าจริงหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น เพราะหลักใหญ่ใจความของหนัง คือการสะท้อนภาพชะตากรรมที่เด็กบริสุทธิ์ไร้เดียงสาประสบ ทั้งหลายทั้งปวงเป็นผลมาจากสงคราม ตัวแทนของสารพัดสิ่งเลวร้าย ที่ผู้ใหญ่ซึ่งยอมศิโรราบสร้างขึ้น

มองในมุมตรงข้าม หากผู้ใหญ่ดำรงตนในธรรม ชีวิตของ Ofelia อาจไม่เป็นอย่างที่เห็นในหนัง
นิทานเรื่อง Pan’s Labyrinth สอนให้รู้ว่า ผู้ใหญ่รังแกเด็ก !

บทสรุปสุดท้าย ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ไม่ใช่การเข่นคร่าชีวิตผู้อื่น แต่อยู่ที่ความกล้าที่จะสละชีวิตเพื่อผู้อื่น นี่คือหัวใจของคริสต์ศาสนา บทเรียนที่ผู้กำกับ Guillermo ได้รับ จากการเลี้ยงดูอบรมของผู้เป็นย่า

หนังโหดแบบน่าตะลึงพรึงเพริด

Ivana Baquero กับหน้าตาน่ารักแฝงเศร้า ท่าทางเป็นผู้ใหญ่เกินตัว มารับบท Ofelia ได้อย่างเหมาะเจาะ แม้ตอนคัดเลือกตัวแสดงเธอจะอายุ 11 ขวบ เกินวัยตัวละครตามบทที่อายุแค่ 8-9 เท่านั้น แต่ Guillermo ก็ยินดีแก้บท เพื่อจะได้ร่วมงานกับสาวน้อยคนนี้

Sergi López แสดงเป็นผู้กอง Vidal เป็นอีกคนที่เล่นได้ดี ภายนอกโหดเหี้ยม ขณะที่ภายในหัวใจอ่อนไหวอ่อนแอ ชิงชังสิ่งที่พ่อทำ แต่ทำสิ่งนั้นกับลูกตัวเอง คนอย่าง Vidal เมื่อหาทางออกที่ดีให้ชีวิตไม่ได้ ก็จะเลือกเดินทางร้าย และจะร้ายยิ่งกว่าร้ายร้อยทันพันทวี

Sergi นั่งฟัง Guillermo คุยถึงหนัง Pan’s Labyrinth นาน 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่พอถามถึงบทหนัง ผู้กำกับบอกหน้าตาเฉย ยังไม่ได้เขียน หลังตอบตกลงนานถึง 1 ปี Sergi จึงได้บทหนังที่เหมือนเปี๊ยบกับที่ Guillermo เล่ามาอ่าน
Doug Jones ดาราขาประจำชาวอเมริกันของ Guillermo ที่เคยร่วมงานกันทั้ง Mimic (1997) และ Hellboy (2004) มารับ 2 บทพร้อมกันคือ The Faun และ The Pale Man ก่อนการถ่ายทำแต่ละวัน Jones ต้องใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวนาน 5 ชั่วโมง

Maribel Verdú สาวดาวเซ็กซ์แห่งวงการหนังเม็กซิกัน ถูก Guillermo ที่มองเห็นความเศร้าสร้อยที่ซ่อนอยู่ภายในของเทอ จัดแจงเปลี่ยนแคแรกเตอร์ของเธอในหนังแบบย้อนศร โดยรับบท Mercedes ผู้หญิงนักปฏิวัติที่ต้องสูญเสียคนรอบข้างจากสงคราม

นอกจากงานด้านศิลป์ สเปเชียลเอฟเฟกต์ยังเป็นอีกงานที่น่าชื่นชม ที่จะลืมชื่นชมไม่ได้คืองานด้านเอฟเฟกต์ ฝีมือช่างเม็กซิกัน

Guillermo ทำหนังออกมาอย่างเหมาะเจาะ โหดแต่น่าตะลึงพรึงเพริด เลี่ยงโหดไม่ได้เพราะหนังตั้งใจสะท้อนจุดนี้ น่าตะลึงพรึงเพริดกับความประณีตในการสร้าง เสริมคุณค่าอย่างมากให้กับหนัง จนไม่อยากเชื่อว่าผู้กำกับคนนี้ทำหนังแค่ดูสนุกอย่าง Blade II (2002) กับ Hellboy

Pan’s Labyrinth เปรียบเสมือนคำประกาศฝีมือของ del Toro และเป็นบทพิสูจน์ว่า สถานภาพการเป็นคนทำหนังของเขา เคียงบ่าเคียงไหล่ 2 ผู้กำกับเพื่อนร่วมชาติ Alfonso Cuaron และ Alejandro González Iñárritu
เป็นหนังโหดอย่างมีคุณค่า หาดูยาก


สามดาวครับ

***************************************



ikkiuu wrote on May 4
ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กเลยครับเรื่องนี้

หม่น และแฝงความร้ายกาจของคนให้เราสัมผัสได้อย่างชัดเจนมากเลย

เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบแต่ไม่อยากมีเก็บไว้ครับ

ส่วนเหตุผลน่าจะเดาได้นะครับว่าทำไม
somunseen wrote on May 5
โลกปัจจุบันมันโหดร้ายมากอยู่แล้ว หาขำๆมาดูดีกว่า
Add a Comment
How would you rate this movie? (optional)
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help